..  
 
"การมีส่วนร่วมของประชาชน" บทบาทใหม่ของประชาชนกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
        เกือบหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมา เรามักจะพบเห็นและกล่าวถึงคำว่า "การมีส่วนร่วมของประชาชน" ปรากฎทางสื่อต่างๆ อยู่เสมอและยิ่ง
หากท่านที่ทำงานราชการก็จะพบว่ากระแส "การมีส่วนร่วมของประชาชน" นี้ได้รับการบรรจุเป็นนโยบายสำคัญประการหนึ่งของหน่วย
งานเลยทีเดียว
        กระแสนี้มาได้อย่างไร ดีอย่างไรและนำไปใช้ได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทการมีส่วนร่วมของประชาชนต่อการพัฒนาการ
ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนนั้นเป็นอย่างไรบ้างเป็นเรื่องที่ควรศึกษาอย่างยิ่ง
        ที่มาของแนวคิด       
        แนวคิด "การมีส่วนร่วมของประชาชน" เป็นหลักการที่ภาครัฐตื่นตัวให้ความสำคัญอย่างจริงจังในช่วงทศวรรษที่ผ่านมานี้เอง เกิดจาก
การที่ภาครัฐไม่สามารถดำเนินการพัฒนาโครงการต่างๆ ให้บรรลุเป้าหมายได้ ทั้งๆ ที่โครงการเหล่านั้นเป็นโครงการที่มีผู้เชี่ยวชาญด้าน
ต่างๆ ร่วมระดมสมองกำหนดวิธีการแล้วก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ทวีความ
รุนแรงมากขึ้น แม้จะใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วยก็ไม่สามารถแก้ปัญหาให้หมดไปได้ ทำได้เพียงชะลอระยะเวลา
ชะลอความรุนแรงเท่านั้น
        ปัญหาเช่นนี้เกิดขึ้นทั่วโลกแม้กระทั่งประเทศที่ได้รับการยกย่องว่าเจริญแล้วในทวีปยุโรปหรืออเมริกาก็ตาม ซึ่งเมื่อวิเคราะห์แล้วพบว่า
การพัฒนาโครงการต่างๆ เกิดจากการสั่งการจากเบื้องบน (Top-down Approach) ทำให้ไม่ตรงตามความต้องการของท้องถิ่น อีก
ทั้งประชาชนท้องถิ่นยังไม่เข้าใจเหตุผลของภาครัฐจึงไม่ปฏิบัติตาม คณะกรรมการองค์การสหประชาชาติเห็นความสำคัญของปัญหานี้
จึงไ้ด้กำหนดบทบาทของประชาชนปรากฏในแผนปฏิบัติการที่ 21 (Agenda 21) ซึ่งเป็นแผนปฏิบัติการเพื่อให้เกิดการดูแลจัดการ
สิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างยั่งยืน ได้กำหนดให้ "การมีส่วนร่วมของประชาชน" เป็นกลยุทธ์สำคัญของแผนดังกล่าว และให้คำนิยามว่า
"เป็นการให้โอกาสแก่สมาชิกของชุมชนเท่าเทียมกันในการเข้าร่วมประโยชน์จากการพัฒนาและการมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพ
สิ่งแวดล้อม
"
        แนวคิดการมีส่วนร่วมในการบริหารประเทศ
        รัฐบาลไทยให้ความสำคัญแก่แนวความคิดนี้เช่นกัน ปรากฏในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 หลายมาตรา เช่น มาตรา
46 กำหนดให้ชุมชนท้องถิ่นมีสิทธิ์ในการอนุรักษ์ฟื้นฟู บำรุงรักษา ใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างสมดุลและยั่งยืน, มาตรา 56 สิทธิของ
บุคคลร่วมกับรัฐและชุมชนในการบำรุงรักษา คุ้มครอง ได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ ประชาชนมี
สิทธิ์อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีคุณภาพดี และสามารถฟ้องภาครัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ หากก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นได้, มาตรา 59
ประชาชนมีสิทธิ์รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องรวมทั้งสามารถเรียกร้องให้รัฐทำประชาพิจารณ์ได้ในรัฐธรรมนูญนอกจากสิทธิต่างๆ ที่
ประชาชนหรือชุมชนท้องถิ่นได้รับแล้ว ยังมีการกำหนดให้ประชาชนมีหน้าที่ที่จะต้องดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมในมาตรา 69 นอกจากนี้ในแผน
พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแ่ห่งชาติฉบับที่ 8 และ 9 ที่กำหนดให้คนเป็นศูนย์กลางการพัฒนาได้ระบุชัดเจนถึงการที่ภาครัฐจะต้องมีการ
กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นได้ อบต. มีอำนาจและบทบาทบริหารท้องถิ่นมากขึ้น เพราะประชาชนท้องถิ่นย่อมรู้และเข้าใจปัญหาและความต้อง
การท้องถิ่นได้ดีที่สุด
        การมีส่วนร่วมของประชาชนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
        ดังที่ทราบกันดีว่า เมื่อสถานที่ใดที่หนึ่งกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวก็จะเกิดการกระจายรายได้ในท้องถิ่นนั้นทำให้คนท้องถิ่นมีงานทำ มี
รายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่ในระบบอุตสาหกรรมท่องเที่ยวนั้น คนท้องถิ่นจำนวนน้อยมากที่จะได้รับประโยชน์เต็มเ็ม็ดเต็มหน่วย
ส่วนใหญ๋มักจะเป็นคนงาน ลูกจ้างในเขตอุทยาน หรือเป็นแรงงานในโรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหารใหญ่ๆ ที่ผู้ลงทุนส่วนใหญ่มาจากนักธุรกิจ
คนท้องถิ่นที่มีรายได้น้อยก็อาจลงทุนได้เีพียงร้านค้า ร้านอาหารขนาดเล็ก สัดส่วนการกระจายรายได้ลงสู่คนท้องถิ่นจริงๆ จึงมีน้อย การที่
จะทำให้คนท้องถิ่นได้รับผลประโยชน์มากขึ้นจะต้องกระตุ้นให้เกิดการรวมตัวเป็นกลุ่มดำเนินกิจกรรมและธุรกิจการท่องเที่ยวในท้องถิ่นเอง
โดยสมาชิกในชุมชนต้องร่วมมือกันบริหารจัดการและสานให้เกิดขึ้น ซึ่งกิจกรรมการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ๆ เช่น การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
(Ecotourism) โฮมสเตย์ (Home stay) เปิดโอกาสให้คนท้องถิ่นบริหารจัดการธุรกิจท่องเที่ยวในชุมชนเอง ซึ่งเป็นการจัดการธุรกิจ
ชุมชน (Community Business)
        การมีส่วนร่วมนั้นประชาชนต้องร่วมอย่างไรบ้าง
        การมีส่วนร่วมของประชาชนในด้านการท่องเที่ยวนั้น ส่วนใหญ่มักจะเป็นการร่วมกันใช้ประโยชน์ หรือได้รับประโยชน์ ซึ่งเป็นองค์
ประกอบหนึ่งเท่านั้น การมีส่วนร่วมที่จะก่อให้เกิดความยั่งยืนในการพัฒนาไ้ด้ จะต้องครบองค์ประกอบ 5 ประการ คือ
        ประการแรก
        ร่วมกันวางแผน เป็นการร่วมคิดร่วมวางแผนจัดการเตรียมความพร้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกในชุมชน ร่วมประชุมและลงความ
เห็นว่าแผนพัฒนาการท่องเที่ยวที่ภาคราชการนำเสนอนั้นท่านเห็นด้วยหรือไม่ หากไม่เห็นด้วย ท่านมีข้อเสนอแนะควรทำอย่างไร หาก
ท้องถิ่นใดที่ยังไม่มีการท่องเที่ยวแต่ต้องการให้เกิดขึ้น ก็ต้องร่วมกันคิดว่าชุมชนของตนมีอะไรเด่นแตกต่างจากชุมชนอื่น มีทรัพยากรอะไร
ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้บ้าง ควรมีการจัดการอย่างไรบ้าง ควรแบ่งหน้าที่ใครทำอะไร ควรตั้งร้านค้าตรงไหนกี่หลัง ควรให้ใครเข้ามาขาย
ได้บ้าง ควรจัดร้านค้าแผงลอยอยู่บริเวณไหนให้ดูเป็นระเบียบ ควรขายของราคาเท่าใด ควรจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างไรเพื่อป้องกัน
มลพิษและความเสื่อมโทรมของแหล่งท่องเที่ยวเป็นต้น
        ประการที่สอง
        ร่วมกันปฏิบัติตามแผน เมื่อมีการวางแผนแล้วสมาชิกในชุมชนทุกคนต้องร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ที่ตกลงกันไว้ อาทิ การวางแผนลดขยะ
ภายใน 1 ปี ก็จะต้องร่วมกันลงมือทำให้ได้ตามแผนนั้น
        ประการที่สาม
        ร่วมกันใช้ประโยชน์ สมาชิกทุกคนจะต้องมีสิทธิ์ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรท่องเที่ยวในท้องถิ่น จะต้องมีการจัดการผลประโยชน์ทั้งที่
เป็นตัวเิงินและวัตถุให้ประชาชนในท้องถิ่นอย่างทั่วถึงและเหมาะสม โดยคำนึงถึงความยุติธรรมและความเท่าเทียมกันเป็นหลัก เมื่อทุกคน
ได้รับประโยชน์อย่างเหมาะสม ซึ่งหมายถึง การลงทุนลงแรงมากก็จะได้รับผลประโยชน์มาก สิ่งนี้จะช่วยกระตุ้นให้กิจกรรมการท่องเที่ยว
ในท้องถิ่นดำเนินต่อไปได้
        ประการที่สี่
        ร่วมติดตามและประเมินผล เมื่อมีการดำเนินการแล้วย่อมจะมีปัญหาความไม่เข้าใจต่างๆ เกิดขึ้น จึงต้องร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ถ่ายทอดประสบการณ์ และร่วมกันประชุมหาวิธีการแก้ไขปัญหาเหล่านั้น
        ประกาสุดท้าย
        ร่วมบำรุงรักษา เมื่อมีการใช้ประโยชน์ทรัพยากรแล้ว ทุกคนต้องร่วมกันบำรุงรักษาด้วย หากละเลยปล่อยให้ทรัพยากรที่มีอยู่เสื่อมโทรม
ลง นักท่องเที่ยวก็จะไม่มาเยี่ยมเยือน ผลประโยชน์ที่เคยได้รับก็จะหมดไปเช่นกัน
        การมีส่วนร่วมจัดการท่องเที่ยวของชุมชนท้องถิ่น จะประสบความสำเร็จได้โดยทุกคนร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ
เอกชน องค์การพัฒนาเอกชน ทุกฝ่ายต้องเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นดำเนินการเอง จะต้องสนับสนุนความรู้ ให้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ และให้
ความช่วยเหลือที่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคเอกชนที่เป็นผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ควรสนับสนุน
กิจกรรมของชุมชนท้องถิ่นดำเนินการได้ราบรื่นและยั่งยืนขึ้น

สุรีพร พงษ์พานิช เรื่อง 
ที่มา : คอลัมน์ บทความ  วารสาร  Ecotourism Network Newsletter
ประจำเดือนมกราคม 2544 ฉบับที่ 54
ิ้
 

ศูนย์ข้อมูลเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
คณะวนศาสตร์ และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ติดต่อ เว็บมาสเตอร์ e-mail : ecotour_db@yahoo.co.uk
         
                                    ecotour_db@hotmail.com

เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการศึกษามิใช่เพื่อการค้า
Copyright 2001 Tourism Authority of Thailand:All Rights Reserved.